<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119378</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัชชาติ&#039;ดึง&#039;ดร.ยุ้ย&#039;ร่วมทีมเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค. 64 - นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ในนามอิสระ และอดีตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคเพื่อไทย ได้เปิดตัว ดร.ยุ้ย หรือ ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเสนาดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมทีมนโยบายเพื่อกรุงเทพฯ ที่ดีกว่า มุ่งเน้นนโยบายการเงิน เศรษฐกิจเมือง และที่อยู่อาศัย เพิ่มทักษะและรายได้ สร้างอนาคตให้ลูกหลานมีความสุขที่ได้เกิดในกรุงเทพมหานคร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
โดยนายชัชชาติ กล่าวว่า รู้จัก ดร.ยุ้ยตั้งแต่สมัยที่ตนเป็นอาจารย์ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดร.ยุ้ยเป็นอาจารย์คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยเดียวกัน เคยเป็นลูกศิษย์ ดร.ยุ้ยในวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ ระหว่างที่เรียนปริญญาโทบริหารธุรกิจ ด้วยความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญด้านการเงินและด้านอสังหาริมทรัพย์ จึงได้เชิญชวน ดร.ยุ้ยมาร่วมทีมนโยบาย และรู้สึกดีใจที่ ดร.ยุ้ยตอบรับเข้าร่วมทีม มีความสนใจและตั้งใจอยากจะช่วยแก้ปัญหาของเมือง พัฒนาเมืองให้ก้าวหน้า
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;อาจารย์ยุ้ยเป็นคนเก่ง มีความตั้งใจทำงานสูง มีความเข้าใจจิตใจของผู้อื่น ติดดิน ช่วงที่ผมลงพื้นที่ในช่วงหลายๆ เดือนที่ผ่านมา ก็ได้ชวนอาจารย์ยุ้ยลงพื้นที่ในชุมชนหลายๆแห่ง พร้อมทั้งคิดนโยบายหลายๆ ด้านเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย เศรษฐกิจชุมชน การพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ที่กำลังได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;ldquo;นายชัชชาติ ระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ดร.เกษรา เปิดเผยว่า เราเองก็เกิดที่เมืองนี้ ลูกก็เกิดที่เมืองนี้ หลานก็คงจะเกิดที่เมืองนี้ เราก็อยากจะทำให้อย่างน้อย คนอีก 3-4 เจเนอเรชันที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ ทุกคนได้อยู่ในเมืองที่มีความสุขมากขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ หรือ ดร.ยุ้ย เป็นชาวกรุงเทพมหานครโดยกำเนิด จบการศึกษาจากโรงเรียนมาแตร์เดอี โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ก่อนจะไปศึกษาต่อปริญญาโทด้านการเงินที่ University of California at Riverside และปริญญาโทและเอกด้านเศรษฐศาสตร์ โดยทุนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ Claremont Graduate University เมื่อสำเร็จปริญญาเอก ได้เข้ามาเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาการธนาคารและการเงิน คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ก่อนจะร่วมช่วยงานของครอบครัวด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และก้าวขึ้นเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท เสนาดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน).&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119378</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัชชาติ  สิทธิพันธุ์, ดร.ยุ้ย, ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์, ผู้ว่าฯกทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211011/image_big_61639d5e99589.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2021 07:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2021 07:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัชชาติ&#039; มาแรงขึ้นโพลอันดับ 1 คนกรุงอยากเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย.2564 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;อยากได้ใคร &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เป็นผู้ว่าฯ กทม. ครั้งที่ 5&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 30 &amp;ndash; 31 สิงหาคม และ 1 &amp;ndash; 2 กันยายน 2564 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,317 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับประชาชนอยากได้ใครเป็นผู้ว่าฯ กทม. ครั้งที่ 5 การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย &amp;nbsp;(Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ &amp;nbsp; ร้อยละ 97.0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะเลือกให้เป็นผู้ว่าฯ กทม. พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 27.71 ระบุว่าเป็น ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อันดับ 2 ร้อยละ 24.60 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 3 ร้อยละ 15.49 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อันดับ 4 ร้อยละ 9.57 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อันดับ 5 ร้อยละ 5.24 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครจากคณะก้าวหน้า หรือ พรรคก้าวไกล อันดับ 6 ร้อยละ 4.10 ระบุว่าเป็น&amp;nbsp;น.ส.รสนา โตสิตระกูล อันดับ 7 ร้อยละ 3.27 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย อันดับ 8 ร้อยละ 2.20 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 9 ร้อยละ 1.67 ระบุว่าเป็น ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อันดับ 10 ร้อยละ 1.37 ระบุว่า ไปลงคะแนน ไม่เลือกใคร (Vote NO) อันดับ 11 ร้อยละ 1.14 ระบุว่า จะไม่ไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง อันดับ 12 ร้อยละ 1.06 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครจากพรรคกล้า และผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ ในสัดส่วนที่เท่ากัน และร้อยละ 1.52 ระบุว่า อื่น ๆ ได้แก่ นายสกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครจากพรรคเสรีรวมไทย ผู้สมัครจากพรรคไทยภักดี ผู้สมัครจากพรรคไทยสร้างไทย และเฉย ๆ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจอยากได้ใครเป็นผู้ว่าฯ กทม. ครั้งที่ 4 เดือนกรกฎาคม 2564 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย และจะไม่ไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง มีสัดส่วนลดลง ในขณะที่ผู้ที่ระบุว่า ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ พล.ต.อ.จักรทิพย์ &amp;nbsp;ชัยจินดา ผู้สมัครจากคณะก้าวหน้า หรือ พรรคก้าวไกล น.ส.รสนา โตสิตระกูล ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครจากพรรคกล้า ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ และไปลงคะแนน ไม่เลือกใคร (Vote NO) มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับบุคคลที่ประชาชนจะเลือกให้เป็นผู้ว่าฯ กทม. จำแนกตามกลุ่มเขตการปกครองของกรุงเทพมหานคร พบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1. กลุ่มเขตกรุงเทพกลาง อันดับ 1 ร้อยละ 33.08 ระบุว่าเป็น ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อันดับ 2 ร้อยละ 19.23 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 3 ร้อยละ 17.69 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และอันดับ 4 ร้อยละ 10.00 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2. กลุ่มเขตกรุงเทพใต้ อันดับ 1 ร้อยละ 24.61 ระบุว่าเป็น ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อันดับ 2 ร้อยละ 23.04 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 3 ร้อยละ 16.23 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และอันดับ 4 ร้อยละ 11.00 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3. กลุ่มเขตกรุงเทพเหนือ อันดับ 1 ร้อยละ 29.07 ระบุว่าเป็น ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อันดับ 2 ร้อยละ 23.64 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 3 ร้อยละ 14.73 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และอันดับ 4 ร้อยละ 9.30 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4. กลุ่มเขตกรุงเทพตะวันออก อันดับ 1 ร้อยละ 26.93 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 2 ร้อยละ 24.93 ระบุว่าเป็น ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อันดับ 3 ร้อยละ 15.76 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และอันดับ 4 ร้อยละ 10.60 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5. กลุ่มเขตกรุงธนเหนือ อันดับ 1 ร้อยละ 30.63 ระบุว่าเป็น ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อันดับ 2 ร้อยละ 21.39 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร้อยละ 17.92 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และอันดับ 4 ร้อยละ 8.67 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6. กลุ่มเขตกรุงธนใต้ อันดับ 1 ร้อยละ 29.16 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 2 ร้อยละ 27.78 ระบุว่าเป็น ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อันดับ 3&amp;nbsp; ร้อยละ 12.04 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และอันดับ 4 ร้อยละ 7.41 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านบุคคลที่ประชาชนจะเลือกให้เป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 27.56 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 2ร้อยละ 21.19 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อันดับ 3 ร้อยละ 10.02 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา &amp;nbsp;อันดับ 4 ร้อยละ 7.82 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อันดับ 5 ร้อยละ 7.29 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครจากคณะก้าวหน้า หรือ &amp;nbsp; พรรคก้าวไกล อันดับ 6 ร้อยละ 6.53 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครอิสระที่ไม่เกี่ยวกับผู้สมัครผู้ว่า ฯ อันดับ 7 ร้อยละ 4.40 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครจากพรรค &amp;nbsp;เพื่อไทย อันดับ 8 ร้อยละ 3.80 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 9 ร้อยละ 2.66 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม น.ส.รสนา โตสิตระกูล อันดับ 10 ร้อยละ 1.67 ระบุว่า ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ อันดับ 11 ร้อยละ 1.59 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครจากพรรคกล้า อันดับ 12 ร้อยละ 1.52 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อันดับ 13 ร้อยละ 1.14 ระบุว่า ไปลงคะแนน ไม่เลือกใคร (Vote NO) และจะไม่ไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ในสัดส่วนที่เท่ากัน และร้อยละ 1.67 ระบุว่า อื่น ๆ ได้แก่ ผู้สมัครในทีม นายสกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครจากพรรคเสรี &amp;nbsp; &amp;nbsp; รวมไทย ผู้สมัครจากพรรคไทยภักดี ผู้สมัครจากพรรคไทยสร้างไทย และเฉย ๆ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับบุคคลที่ประชาชนจะเลือกให้เป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) จำแนกตามกลุ่มเขตการปกครองของกรุงเทพมหานคร พบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1. กลุ่มเขตกรุงเทพกลาง อันดับ 1 ร้อยละ 25.38 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 2 ร้อยละ 23.08 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม ดร.ชัชชาติ &amp;nbsp; สิทธิพันธุ์ อันดับ 3 ร้อยละ 11.54 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และอันดับ 4 ร้อยละ 9.23 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2. กลุ่มเขตกรุงเทพใต้ อันดับ 1 ร้อยละ 27.74 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 2 ร้อยละ 18.85 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม ดร.ชัชชาติ &amp;nbsp;สิทธิพันธุ์ อันดับ 3 ร้อยละ 9.42 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และอันดับ 4 ร้อยละ 8.90 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3. กลุ่มเขตกรุงเทพเหนือ อันดับ 1 ร้อยละ 26.74 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 2 ร้อยละ 22.09 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม ดร.ชัชชาติ &amp;nbsp;สิทธิพันธุ์ อันดับ 3 ร้อยละ 8.53 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครจากคณะก้าวหน้า หรือ พรรคก้าวไกล และอันดับ 4 ร้อยละ 8.14 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4. กลุ่มเขตกรุงเทพตะวันออก อันดับ 1 ร้อยละ 31.23 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 2 ร้อยละ 20.63 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อันดับ 3 ร้อยละ 10.31 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และอันดับ 4 ร้อยละ 8.02 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5. กลุ่มเขตกรุงธนเหนือ อันดับ 1 ร้อยละ 22.54 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อันดับ 2 ร้อยละ 20.81 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 3 ร้อยละ 12.71 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และอันดับ 4 ร้อยละ 8.67 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครจากคณะก้าวหน้า หรือ พรรคก้าวไกล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6. กลุ่มเขตกรุงธนใต้ อันดับ 1 ร้อยละ 29.17 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 2 ร้อยละ 20.83 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม ดร.ชัชชาติ&amp;nbsp; สิทธิพันธุ์ อันดับ 3 ร้อยละ 9.72 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และอันดับ 4 ร้อยละ 8.33 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครจากคณะก้าวหน้า หรือ พรรคก้าวไกล &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115632</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัชชาติ  สิทธิพันธุ์, นิด้าโพล, ผู้ว่า กทม., เลือกตั้งผู้ว่ากทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210327/image_big_605ed3cc2a68b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2021 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2021 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;องอาจ&#039;แย้มปชป.มี 2 ตัวเลือกสมัครผู้ว่าฯกทม. ลั่นไม่หวั่นเจอคู่แข่งบิ๊กเนม&#039;ชัชชาติ-บิ๊กแป๊ะ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 เม.ย.64 - นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) และประธานยุทธศาสตร์ กรุงเทพ&amp;nbsp; ในฐานะผู้รับผิดชอบพื้นที่กทม. กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งท้องถิ่นในกทม. ว่า ขณะนี้พรรคได้เตรียมไว้2 ส่วนคือ เลือกตั้งสมาชิกสภากทม.(สก.) และ ผู้ว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เพราะคาดว่าจะเลือกตั้งพร้อมๆกัน&amp;nbsp; โดยตลอดช่วงปี20 เราได้เตรียมผู้สมัคร&amp;nbsp; จัดทำนโยบายที่ใช้ในการหาเสียง&amp;nbsp; และทีมงานช่วยดำเนินการรณรงค์หาเสียงไว้แล้ว&amp;nbsp; เราจะมีนโยบายเข้ามาแก้ไขและพัฒนากทม. ซึ่งได้จากการระดมความคิดเห็นจากบุคคลากรของพรรค เช่นสส. อดีตสก. สข. ตัวแทนสาขาพรรค. และระดมความเห็นจากคนภายนอกที่มีหลากหลายรูปแบบ ขณะเดียวกันก็มีการเจาะลึกลงไปเฉพาะกลุ่มเพื่อจะได้ทราบถึงความต้องการของคนกทม.อย่างแท้จริงว่า อะไรที่เป็นปัญหาที่ควรแก้ไข โดยจัดความสำคัญ5 ลำดับไว้ หากมีโอกาสได้เข้าไปทำงานไม่ว่าในสถานะสก.&amp;nbsp; หรือผู้บริหาร ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวพร้อมที่จะใช้รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายองอาจ กล่าวว่า สำหรับตัวบุคคลที่จะส่งรับเลือกตั้งสก. นั้น พรรคมีบุคคลากรอยู่แล้วประมาณ 20 กว่าคน&amp;nbsp; ส่วนมากแสดงความจำนงที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งกับพรรคต่อไป ส่วนที่เราต้องสรรหาใหม่อีกประมาณ 30 คน ขณะนี้มีประมาณ 90 เปอร์เซนต์ อีก10 เปอร์เซนต์ที่เหลือบางเขตมีคนสนใจมากกว่า 1 คน&amp;nbsp; พรรคให้โอกาสทำงานในพื้นที่ เมื่อถึงเวลาเหมาะสมก็จะประชุมคณะทำงานสรรหาผู้สมัครสก.พิจารณาว่าใครเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาพรรคมีปัญหาเลือดไหลในสนามสก. เพราะถูกพรรคอื่นดึงตัวไปจำนวนมาก มั่นใจได้อย่างไรว่าจากวันนี้จนถึงวันเลือกตั้งจะไม่มีปัญหานี้อีก นายองอาจ กล่าวว่า เราไม่มีทางรู้ล่วงหน้า แต่ก็ไม่ติดใจ ถือเป็นการตัดสินใจของแต่ละบุคคล ที่จะพิจารณาว่าจะทำงานกับเราต่อไป หรือไปอยู่พรรคอื่นด้วยเหตุผลหรือสาเหตุอะไร ที่ผ่านมาก็มีการดึงบุคลากรของพรรคประชาธิปัตย์อยู่ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่ากทม. ประชาธิปัตย์ดำเนินการสรรหาตัวผู้สมัครมาตั้งแต่ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปแล้ว โดยมีการพูดคุยคนที่สนใจและคนที่พรรคคิดว่าน่าสนใจ 3-4 ท่าน จนขณะนี้เหลืออยู่ 2 ท่านที่อยู่ในข่ายพรรคจะพิจารณา เมื่อถึงเวลาเหมาะสมที่ต้องตัดสินใจ ก็จะมีการประชุมคณะกรรมการสรรหาและคณะกรรมการบริหารเพื่อตัดสินใจครั้งสุดท้าย&amp;nbsp; คิดว่าคงไม่น่าจะมีใครมาขอลงสมัครเพิ่มอีกแล้ว เกณฑ์ในการเลือกผู้สมัครของเรา คือ มีรู้ความสามารถ เป็นบุคคลสาธารณะ&amp;nbsp; ความมุ่งมั่น มีบุคคลิกลักษณะที่พร้อมจะทำงานร่วมกับคนอื่นได้ และมีภาวะผู้นำผู้บริหารระดับสูง&amp;rdquo; รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามต่อว่าพรรคสอบถามคนกรุงเทพพฯหรือไม่ว่าอยากได้ผู้ว่าฯแบบใด รองหัวหน้าพรรคปชป. กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการสำรวจโพลออกมาจำนวนมากอยู่แล้ว พอที่จะสามารถนำมาประเมินได้ แต่พรรคเองก็มีการสำรวจเป็นระยะเช่นกัน ตนคิดว่า ผู้ใช้สิทธิ์ลงคะแนนทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ใช้วิจารณาญาณในการพิจารณาตัดสินใจหาคนที่เหมาะสมที่สุดในการเข้ามารับผิดชอบทำงานในแต่ละประเภท แต่ละช่วงเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์&amp;nbsp; อดีตรมว.คมนาคม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผบ.ตร.&amp;nbsp; พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่ากทม.คนปัจจุบัน ประกาศตัวจะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. รอบที่จะถึงนี้ เท่าที่เห็นมีความกังวลหรือไม่ รองหัวหน้าพรรคปชป.กล่าวว่า เราจึงไม่วิตกกังวลว่าใครจะลงสมัคร เพราะทุกครั้งเราต้องแข่งขันกับผู้สมัครที่น่าสนใจ และเป็นคนดังๆทั้งนั้น คนที่แสดงตัวออกมาตอนนี้ก็เหมือนนักมวยที่กำลังฟุตเวิร์ค วอร์มอัพร่างกายก่อนเตรียมขึ้นชกเท่านั้น พอถึงเวลาชกจริงค่อยมาดูกันว่าใครจะชนะ หรือคนกรุงเทพจะเลือกใครดีกว่า ทั้งนี้ พรรคจะเน้นการเตรียมความพร้อมตั้งแต่รณรงค์หาเสียงจนถึงวันเลือกตั้ง หากประชาชนมอบความใจให้ทำงานก็ต้องพร้อมตั้งแต่วันแรกที่ได้รับตำแหน่งเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงผลการสำรวจล่าสุดที่คนกรุงเทพ อยากให้การสนับสนุนผู้สมัครอิสระมากกว่าตัวแทนจากพรรคการเมือง นายองอาจ กล่าวว่า ขณะนี้มีแต่คนที่ประกาศตัวลงสมัครที่ชัดเจนว่าจะลงในนามอิสระ แต่ในส่วนของพรรคการเมืองยังไม่มีการเปิดออกมา จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ผลโพลจะออกมาลักษณะนี้&amp;nbsp; เพราะต้องให้ความเห็นกับคนที่เขารู้จักก่อน ตนคิดว่าเมื่อพรรคเปิดตัวแล้วผลสำรวจ อาจจะเปลี่ยนไปก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าสนามเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ครั้งนี้จะแตกต่างจากครั้งที่ผ่านๆมาอย่างไร นายองอาจ กล่าวว่า สนามการเลือกตั้งท้องถิ่นในกทม. กับเลือกตั้งระดับชาติ มีความแตกต่างกันอยู่แล้ว การตัดสินใจของประชาชนทุกครั้งจะพิจารณาเป็นเรื่องๆ เช่นในอดีตนายทักษิณ ชินวัตร ตั้งพรรคการเมืองในปี 42&amp;nbsp; และลงสมัครการเลือกตั้งทั่วไปในปี 44&amp;nbsp; เขากวาดที่นั่งได้เกือบทั้งหมด พรรคเราได้ไม่กี่คน แต่พอมีการเลือกตั้งผู้ว่ากทม. ในปี 47 มีการเลือกตั้งผู้ว่ากทม. มีคนมีชื่อเสียงแห่กันลงสมัครจำนวนมาก ปรากฎว่าคนกทม.กลับเลือกผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ คือนายอภิรักษ์ โกษโยธิน ผู้สมัครหน้าใหม่นอกวงการที่ไม่มีใครรู้จัก ทั้งที่กระแสนิยมรัฐบาลนายทักษิณขึ้นสูงมาก พอผ่านมาอีกแค่ 6 เดือน คนกทม.กลับมาเลือกส.ส.พรรคไทยรักไทยทั้งกรุงเทพ&amp;nbsp; ผู้สมัครของเราตกเกือบหมดได้มาแค่2-3 คน มีส.ส.เก่าเพียงคนเดียว คือตน แสดงให้เห็นว่าคนกทม.เขาแยกเรื่องออกจากกัน ซึ่งเป็นตัวอย่างหนึ่งในอดีตที่ให้เห็นว่าคนกทม.ใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งพิจารณาเป็นเรื่องๆในแต่ละครั้ง&amp;nbsp; เขาพิจารณาองค์ประกอบหลายๆอย่าง และพิจารณาบุคคลที่เขาเห็นว่าเหมาะสมที่สุดในเรื่องนั้นๆ และตนยังมั่นใจว่าเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ครั้งนี้จะยังคงเหมือนเดิม คือมีอิสระในการตัดสินใจอยู่แล้ว แต่เราไม่รู้ว่าเขาจะเลือกใคร ขึ้นอยู่กับผู้สมัครของแต่ละพรรคการเมืองว่าจะส่งใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามย้ำว่าแม้ครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์จะไม่มีส.ส.เขตในกทม. ก็ไม่เป็นปัจจัยสำคัญในการลงคะแนนของคนกรุงเทพใช่หรือไม่ นายองอาจ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวข้องแน่นอน เพราะในอดีตเราได้ส.ส.น้อยกว่าพรรคไทยรักไทยถึง 1ใน3&amp;nbsp; แต่เรายังสามารถชนะเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนโยบายประชานิยมของรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคพลังประชารัฐ เช่น คนละครึ่ง เรารักกัน&amp;nbsp; ที่ดูเหมือนประชาชนจะพึงพอใจจะทำให้พรรคต้องกังวลหรือไม่ นายองอาจกล่าวว่า อย่าลืมว่าพรรคร่วมรัฐบาลก็ยังมีพรรคประชาธิปัตย์ และอีกหลายพรรคร่วมด้วย ถ้าไม่มีพรรคเหล่านี้ก็ไม่มีรัฐบาล อย่างไรก็แล้วแต่อยู่ที่ประชาชนจะคิดตัดสินใจ เรามีหน้าที่สรรหาคนที่ดีที่สุดเสนอให้เขาเลือกเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่านโยบายหาเสียงครั้งนี้จะเป็นเรื่องเก่าที่เป็นปัญหาเดิมๆในกทม. หรือมีนโยบายใหม่เกิดขึ้น นายองอาจ กล่าวว่าจะมีทั้งปัญหาเดิมๆ และปัญหาใหม่ เช่น PM2.5&amp;nbsp; ในการเลือกตั้งปี 56&amp;nbsp; เราไม่ได้ชูเรื่องนี้เพราะปัญหายังไม่รุนแรงขนาดนี้ เราจะต้องมีวิธีเสนอว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร&amp;nbsp; ส่วนปัญหาเก่าๆ น้ำท่วม ขยะ สิ่งแวดล้อม จราจร&amp;nbsp; ปากท้องของประชาชน ก็ยังคงต้องมีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าดูเหมือนจะมีแต่พรรคประชาธิปัตย์ที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ในนามพรรคการเมือง ส่วนพรรคอื่นๆจะสนับสนุนผู้สมัครอิสระ รองหัวหน้าพรรคปชป. กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรคการเมืองจะตัดสินใจอย่างไร แต่พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจท้องถิ่น ซึ่งเป็นอุดมการณ์1ใน10ข้อของพรรคที่เริ่มตั้งแต่ก่อตั้ง ดังนั้น เราจะส่งเสริมการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นสามารถจัดการตนเองได้โดยคนของท้องถิ่นเอง และมีพรรคการเมืองสนับสนุน พิจารณาหาบุคคลที่เหมาะสมมาลงสมัคร และช่วยกันทำนโยบายที่สามารถนำไปใช้แก้ปัญหา พัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ถือเป็นภาระหน้าที่พรรคการเมืองต้องทำอย่างเต็มที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99351</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรทิพย์ ชัยจินดา, ชัชชาติ  สิทธิพันธุ์, นายองอาจ คล้ามไพบูลย์, เลือกตั้งผู้ว่ากทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210413/image_big_60750cab6c7fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 07:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 07:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัชชาติ&#039;ลาขาด!ยืนยันไม่หวนกลับเพื่อไทย ขอทำงานในนามอิสระไม่หลีกทางใคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.63- นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นอดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าข่าวที่ออกมาว่าผมจะกลับไปทำงานการเมืองกับพรรค หรือหลีกทางให้ผู้สมัครบางท่านนั้น ไม่เป็นความจริงนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้ผมยังลงพื้นที่เพื่อดูปัญหาของชุมชนต่างๆในนามอิสระ อย่างต่อเนื่องครับ ล่าสุดเพิ่งลงไปเขตประเวศมาครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79036</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัชชาติ  สิทธิพันธุ์, เพื่อไทย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190117/image_big_5c40391d00ad0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2020 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2020 12:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัชชาติ&#039;ไม่ตกขบวน!อัดการไฟฟ้าพ่วงรัฐบาลอย่าให้คำพูด&#039;เราจะรอดไปด้วยกัน&#039;เป็นแค่คำปลอบใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.63-นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรมว.คมนาคม ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่ากทม. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เห็นมาตรการช่วยเหลือการลดค่าไฟให้ประชาชน กับข่าวความลำบากของประชาชนตอนนี้แล้ว เลยลองไปดูฐานะการเงินของหน่วยงานเกี่ยวกับไฟฟ้าของรัฐ ดูง่ายๆ ของกรุงเทพฯ ก่อนนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีหน่วยงานหลักสองหน่วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ผลิตไฟ ขายให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) แล้วมาขายให้ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฟผ. &amp;gt; กฟน. &amp;gt; ประชาชน
จากข้อมูลงบปี 2561 (งบปี 62 ของ กฟน.ยังไม่เห็นครับ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฟผ.
กำไรเบ็ดเสร็จ 48,776 ล้านบาท
กำไรสะสมที่ยังไม่จัดสรร 284,223 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฟน.
กำไรเบ็ดเสร็จ 9,025 ล้านบาท
กำไรสะสมที่ยังไม่จัดสรร 95,742 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้า เป็นค่าใช้จ่ายของทุกครัวเรือน ในช่วงวิกฤตที่ทุกคนลำบาก ขอให้รัฐช่วยประชาชนอย่างเต็มกำลัง อย่าตัดไฟชาวบ้าน อย่าไปห่วงเรื่องกำไรขาดทุน ผมคิดว่านโยบายง่ายๆคือปีนี้ห้ามมีกำไร ต้องช่วยคนลำบากก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าให้คำพูด &amp;quot;เราจะรอดไปด้วยกัน&amp;quot; เป็นแค่คำปลอบใจที่ประชาชนพูดกันเอง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63804</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;เราจะรอดไปด้วยกัน&quot;, การไฟฟ้า, ชัชชาติ  สิทธิพันธุ์, ไฟฟ้าแพง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9e7525f2baf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63536</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2020 15:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2020 15:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัชชาติ&#039; แนะรัฐบาลฟังคนรวยแล้ว ต้องอย่าลืมฟังและเข้าใจปัญหาของคนจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย.63 - นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ไทย ได้โพสต์รูปภาพและข้อความระบุว่าอาทิตย์ที่แล้วผมเป็นตัวแทนของชุมชนไปรับมอบข้าวกล่องจากทางบริษัท Gulf ที่ทำมาแจก โดยเพิ่มจากวันละ 2,000 กล่องเป็นวันละ 2,500 กล่อง มีออม ลูกชายกลาง CEO ของ Gulf มาเป็นตัวแทนมอบ โดยจะแจกจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม รวมประมาณแสนกว่ากล่อง เมื่อวาน ผมนำข้าวกล่องบางส่วนไปแจกชุมชนปู่เจ้าสมิงพรายและชุมชนประชากร 4 แถวดอนเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลางหรือสารัชถ์ ก็คงจะเป็น 1 ใน 20 คนที่ทางรัฐบาลเชิญไปช่วยให้คำปรึกษาแก้ไขปัญหาโควิด ผมหวังว่าข้อมูลที่ Gulf ได้เห็นจากการลงพื้นที่ไปแจกข้าวให้แก่ผู้ยากลำบากในชุมชนต่างๆ ที่เป็นเส้นเลือดฝอยในหลายๆวันมานี้ จะสะท้อนความยากลำบากของชุมชน รวมมาเป็นคำแนะนำและความช่วยเหลือที่มีประโยชน์กับทางรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิกฤตโควิดของไทยตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวโรคโควิดโดยตรง แต่อยู่ที่มาตรการการควบคุมโรคไม่ให้เชื้อแพร่ระบาด จึงทำเกิด Social Distancing ต้องลดกิจกรรมต่างๆ ซึ่งนำไปสู่ความต้องการทางเศรษฐกิจที่ลดลง ห้างร้านไม่มีลูกค้า รถรับจ้างไม่มีคนนั่ง สถานที่ต่างๆไม่มีนักท่องเที่ยว เกิดการเลิกจ้าง ลดค่าจ้าง พักงาน สิ่งที่สำคัญคือจะทำอย่างไรให้คนอยู่รอดจนถึงจุดที่ความต้องการทางเศรษฐกิจและความมั่นใจเริ่มฟื้นกลับมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิกฤตครั้งนี้ต้องให้ทุกคนรอดไปด้วยกัน จะฟังคนรวยแล้ว ต้องอย่าลืมฟังและเข้าใจปัญหาของคนจนด้วยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63536</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัชชาติ  สิทธิพันธุ์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200418/image_big_5e9ab68e2d650.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2019 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2019 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยไม่สน&#039;ชัชชาติ&#039;ลงอิสระ จ่อหาคนสมัครผู้ว่ากทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ธ.ค. 2562 &amp;nbsp;นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ประกาศลงสมัครผู้ว่าในนามอิสระว่า เรื่องนี้พรรคคงต้องมีการพูดคุยกันอีกครั้งว่าท่าทีของพรรคจะเป็นอย่างไร หลังจากนายชัชชาติท่าทีออกมา วันอังคาร3 ธ.ค. จะมีการประชุมภาคกทม.เราคงต้องเอาเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมภาคก่อนแล้วจะสรุปเรื่องส่งคณะกรรมการบริหารพรรคต่อไป&amp;nbsp;

ส่วนตัวคิดว่าพรรคเป็นสถาบันเป็นองค์กรที่มีบุคลากรทำงานอยู่ตรงนี้คงต้องดูท่าทีและหาคำตอบให้ประชาชนให้ได้ว่าพรรคจะเดินยุทธศาสตร์แนวทางไหน เราจะส่งผู้สมัครผู้ว่ากทม.หรือไม่ เพราะตอนนี้เรากำลังสรรหาผู้สมัครส.ก.อยู่ ถ้าเกิดการเลือกตั้ง ส.ก.กับผู้ว่ากทม.อยู่ในช่วงเดียวกัน หากส่งแต่ส.ก.โดยไม่ส่งผู้ว่าฯก็เหมือนเรือที่ไม่มีคนคัดท้าย ดังนั้นเรื่องนี้เราจึงต้องเร่งข้อสรุปโดยเร็ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51503</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, ชัชชาติ  สิทธิพันธุ์, ผู้ว่า กทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190829/image_big_5d67a70436de3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
